ข้อมูลพื้นฐาน + สถานที่เที่ยวมีคนรีวิววมาเยอะแล้ว ขอไม่ลงรายละเอียดมากนะคะ

Day 1 (04/12/2562)
Airasia FD 244 (ราคา 8,180 บาท / 2คน ) 11:10 AM (DMK) - 12:25 PM (MDL) (ราคารวม นน.กระเป๋า 15kg ไม่รวมค่าอาหารเครื่องดื่ม) เราจองตอนโปร Big ประจำปีเลือก Winter นะคะได้เที่ยวสนุก ไม่ร้อน ไม่เหนื่อยเกินไปค่ะ
Ps. อย่าลืมตั้งเวลาให้ช้ากว่าไทย 30 นาทีค่ะ เราใช้ Sim2fly และ แลกเงิน จ๊าด (Ks) จากไทย (เพราะราคาไม่ต่างกันมาก + เพิ่มเวลาท่องเที่ยวค่ะ) ตั๋วรถบัสระหว่างเมืองเราจองล่วงหน้า 2 weeks (ข้อดี: เลือกที่นั่ง กำหนดเวลาได้แน่นอน อย่าลืม Print เอกสารการจองมายืนยัน
ออกเดินทางกันได้ค่ะ
ออกจากสนามบิน ตรงไปหา Taxi ที่ป้ายทางออก ตกลงราคาแล้วไปต่อกันเลยค่ะ
- ราคาค่าเข้าเมือง 15,000 จ๊าด
- เที่ยวครึ่งวัน 35,0000 จ๊าด
- ทั้งวัน + Sunset ในเมือง 50,000 จ๊าด
- นอกเมือง คิดตามระยะทางและเมืองที่ไป

เป็นรถเก๋ง4ประตูแบบ Taxi บ้านเรา เราเหมามาในราคา 50,000 จ๊าด/วัน *2วัน เราย้ำว่า ขอ English speaking, No smoking, รถแอร์เย็น เพื่อให้สื่อสารสะดวก (เทียบราคา taxi ที่แนะนำใน Pantip คิดราคาฝรั่ง แพงกว่าที่สนามบินมาก แต่อาจจะถูกกว่าถ้ารถใหญ่ไปกันหลายคน เรากลัวถ้าไม่ประทับใจไม่สามารถยกเลิกหรือเปลี่ยนได้ จึงขอไปเลือกเองหน้างานดีกว่าค่ะ)
Plan วันแรก 4/12/62
วัด 4 วัดในเมือง Mandalay (ใกล้กันมาก)
- Shwenandaw Kyaung
- Atumashi Kyaung
- Kuthodaw Pagoda
- Sandamuni Pagoda
- Mandalay Hill(sunset)
Planวันที่ 5/12/62
- เมืองมิงกุน ( Mingun )
- เมืองสะกาย ( Sagaing )
- กรุงอังวะ ( Innwa )
- เมืองอมรปุระ ( Amarapura )
เส้นทางวันแรก Check-in ที่ รร. : Taw Win Myanmar Hotel (เดินทาง 1 ชม รถติดในเมือง)
*Attraction
ที่แรก Shwenandaw Monastery (บัตรเข้าโซนมัณฑะเลย์ราคา 10,000 Ks) หรือพระราชมณเฑียรทอง วัดนี้งานแกะสลักไม้สัก ศิลปะอ่อนช้อยงดงาม แต่ทองคำเปลวที่ติดทั้งหลัง เหลือเฉพาะภายใน
Maha Atulawaiyan (Atumashi) วัดนี้ยิ่งใหญ่ แต่ไม่ค่อยมีอะไร
Kuthodaw Pagoda วัดนี้ร่มรื่น มีมุมยอดนิยม เป็นช่องทางเดินของมณฑปสีขาวครอบหินจารึกภาษาบาลีและอนุสรณ์สถานของการทำสังคายนาพระไตรปิฎก
Mandalay Hill (Sunset ควรมาถึง 4.30-5.00pm) วิวเมืองมัณฑะเลย์ กับแม่น้ำอิระวดีและสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ณ เจดีย์ซูตองพญา
Dinner ที่ร้าน Unique Myanmar Restaurant. (*Skip mandalay palace เวลาไม่พอ)
Day2 Planวันที่ 5/12/62
- เมืองมิงกุน ( Mingun )
- เมืองสะกาย ( Sagaing )
- กรุงอังวะ ( Innwa )
- และเมืองอมรปุระ ( Amarapura )**
08.00 AM checkout นัดรถมารับไปมิงกุน ถ่ายรูปจุดแรก "สะพานข้ามแม่น้ำอิรวดี" วิวเจดีย์เรียงรายบนเขาสกาย ขนานแม่น้ำอิรวดี
แวะทานอาหารเช้าร้านพื้นบ้านข้างทางเลยเป็นเมนู ก๋วยเตี๊ยวพม่า** (อร่อยถูกปากราคาถูกใจ แม้สารอาหารจะไม่มาก)
เริ่มเที่ยวในมิงกุน 10.00 ถึง "เจดีย์ชินพิวเม Hsinbyume Pagoda" หรือ ทัชมาฮาลแห่งลุ่มน้ำอิรวดี อนุสรณ์แห่งความรักที่พระเจ้าบากะยีดอว์มีต่อพระมหาเทวี (ตรงนี้จะมีเด็กพม่าที่มาคอยถ่ายรูปแล้วขอทิปแพง ขายของโก่งราคาให้ระวัง) แต่ลุงคนขับพาซื้อร้านใกล้ๆได้มาในราคาไม่แพง
11.00 ถึง"เจดีย์มิงกุน Mingun Pagoda" (ซากฐานเจดีย์ใหญ่มากแต่ยังสร้างไม่เสร็จ)
ถัดมาเป็น"ระฆังมิงกุน Mingun Bell" (สมดั่งคำว่า ระฆังดีไม่ตีก้อดัง)
ไปต่อกันที่สกาย์ 11.00 วัดอูมินทอนซ์ วัดสีเขียวสดใส มีทางเดินโค้งคู่กับแนวพระพุทธรูป
11.15 วัดซุนอูพอนยาชิน / Soon U Ponnya Shin Pagoda วัดที่มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่สีขาว ริมแม่น้ำอิรวดีอีกวัดหนึ่ง ไม่มีอะไรมาก
11.25 Sitagu International Buddhist Academy อีกสถาปัตยกรรมสวย แปลกตา
ถึงเวลา Lunch อาหารพม่า ในร้านตรงข้ามจุดขึ้นเรือข้ามไปอังวะ ค่าเรือ ks นั่งเรือข้ามมาระยะทางสั้นๆ 3-5 นาที ถ้านั่งรถ 3-4 ชม
13:30 นั่งรถม้าเทียมเกวียนเที่ยวอังวะ ราคา 20,000 ks
จุดท่องเที่ยว
1. เจดีย์ยานาดาซินเม วัดสวยที่เหลือแต่ซากอิฐ มีเจดีย์รูประฆังคว่ำอยู่ตรงกลางลาน
2. วัดบากายา วัดไม้สักมี ครุฑยุดนาคแบบเหมือนฝีมือช่างอยุธยา
3. หอคอยนานมะยิง หอเอนสูง 27 เมตร
4. วัดมหาอังยีบองซาน วัดใหญ่สร้างด้วยปูน
- ข้อดี ได้บรรยากาศชนบท นั่งรถม้า ส่งเสริมอาชีพคนท้องถิ่น
- ข้อเสีย ทางไกล ฝุ่นมาก ก้นระบมมาก
เสร็จแล้วนั่งรถย้อนกลับไปดู Sunset ที่ สะพานไม้อุเบ็ง สะพานไม้สักที่ยาวและเก่าแก่ที่สุดในโลก อายุกว่า 200 ปี ช่วงเย็นมีรถทัวร์มากมายจอดด้านล่างเลย ถึงน้ำแล้งมาก (เดือน ธันวาคม) แต่ยังสามารถล่องเรือชมsunset และ Sunriseได้ แต่เราชอบสะพานมอญที่กาญจนบุรีมากกว่าดูมีเรื่องราวและวิธีชีวิตมากกว่านักท่องเที่ยง
Dinner ที่ร้าน Tom Yam Koong 《Thai Food 》ร้านนี้อาหารไทยอร่อยมากทำให้หายคิดถึง อาหารไทยเลย และในร้านมีพนักงานที่พูดภาษาไทยได้
รอขึ้นรถบัสไปพุกาม ที่ท่ารถ ที่ท่ารถมีห้องน้ำ ไม่ทีที่นั่งรอให้ และสกปรกมาก รีวิวรถ: รถกว้างขวาง สภาพดี แอร์เย็น พร้อมแจกน้ำดื่มให้คนละ 1 ขวด เราใช้เวลานั่งรถ 4 ชั่วโมงครึ่ง และแล้ว...เราก็ถึงเมืองพุกาม
DAY 3 Bagan (unesco) มรดกโลกทางวัฒนธรรม
การท่องเที่ยว:เหมาแท็กซี่/ รถสามล้อ/ รถม้า Taxi ในราคา 40us/60,000ks/day*2วัน (รับส่งท่ารถ + Sunrise sunset + เที่ยวทั้งวัน) ค่าเข้าพุกาม ในราคา 25,000 Ks /คน
03:00 AM ถึงแล้วค่ะ พุกาม เมืองแห่งทะเลเจดีย์ รถที่เรานัดไว้มารับเราไป รร. (Mani Sandar Hotel) Check-In 3:30 AM นอนพักเอาแรง
05:00 AM เราตื่นไปชมบอลลูนตรงจุดชมลับที่เป็นเนิน 5.30 AM ไปถึงทั้งคนไทยต่างชาติมารออยู่ก่อนแล้ว หามุมกันไป.. อยู่ๆก้อมีคนมาถามเราว่าจ่ายค่าเข้าเมืองรึยัง จะให้เราจ่ายทาง QR code และเอาบัตรเจ้าหน้าที่ให้ดู เรากลัวเป็นมิจฉาชีพ จึงบอกปัดว่าจะไปจ่ายที่สถานที่เที่ยวทีหลัง (แต่มารู้จากน้องคนขับว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริง)
06:00 AM แสงแรกมาแล้วค่ะ 06:30 AM บอลลูนเริ่มมาทีละลูก ตื่นตาตื่นใจแต่บอลลูนมีไม่มาก เท่าที่นับได้ไม่ถึง 30 ลูก ไปกันคนละทางไม่แน่นเบย เราถ่ายรูปมาได้บางส่วนแต่ก้อ อิ่มเอมแล้ววันนี้
07:00 - 09:00 AM กลับที่พัก อาบน้ำ ทานอาหารเช้า อาหารอร่อย วิวดาดฟ้า ที่ รร. ถ้าเห็นบอลลูนลอยมาก้อจะสุขเบอร์ไหน ชารสกลมกล่อม อากาศเย็นสบาย ซึบซาบบรรยากาศเสร็จ ก้อพร้อมออกเดินทางกันค่ะ
09:00 AM เราไป ตลาดเช้า (Ma Ni Sithu Market-Nyaung U) ดูวิถีชีวิตชาวเมียนมาร ผักผลไม้คล้ายบ้านเรา คนที่นี่คอแข็งมาก Carry ทุกอย่างทางศีรษะ แล้วยังเดินตรงชิวๆ บรรยากาศเหมือนเราย้อนเวลาเมืองไทยไป 10-20 ปี (ครั้งก่อนที่เรามาพม่ามีตาชั่งเหล็กกันทุกร้าน) แต่ตอนนี้เปนดิจิตอลเกือบหมดแล้ว คนที่นี่นิยมทานชา ปาท๋องโก๋ สิงรมควัน เจอแตงโมลูกใหญ่มว็ากก แต่เรายังกังวลเรื่องความสะอาดจึงไม่ได้ซื้ออะไรมาชิม ว่าแล้วก้อจัดกาแฟพม่าซักหน่อยร้านฝั่งตรงข้าม แต่เอ๊!!นี่อะไร ข้างแก้วภาษาไทย รู้สึกเหมือนยังอยู่ไทย รสชาติ ok แต่ราคาแพงกว่าบ้านเรา แก้วเล็กราคา 40-50 บาท ช่วงนี้เค้ามีงานวัด ทุกๆที่จะมีขนมของฝากคึกคัก แล้วกางร่มที่จำหน่ายเปนซุ้มขายของ
น้องคนขับก้อพาเราไปไหว้พระเพื่อเปนศิริมงคลให้ใช้ดอกไม้ 9 ชนิด ที่วัด (Shwezigon Pagoda.)
แล้วเราก้อไปถ่ายรูปตรงที่เค้าขายเครื่องปั้นดินเผา ดูเงางาม เปนระเบียบ
ว่าด้วยเรื่องของพุกาม ก้อคิดอยู่นานว่าจิเรียงร้อยเรื่องราวอย่างไร มันก้อเหมือนกลับมาเรียนประวัติศาสตร์อยุธยาแต่กลับจำชื่อวัดประจำราชการไม่ได้ เยี่ยงนั้น ถึงเราจะมาเป็นครั้งที่2แล้ว แต่เอาจิง ชื่อวัดก้อยังยากอยู่ดี ..ถึงจะคัดมาแล้วว่าวัดนี้วัดนั้นทั้งสวยทั้งดีทั้ง inbound outbound
ต้องถอนหายใจหนึ่งทีแล้วมาเริ่มกันค่ะ เนื่องจากแผนการแวะนั้นเปนเรื่องราวของคนขับ+ความสามารถในการทำเวลาถ่ายรูปของแต่ละคน เราจะไม่เรียงลำดับอะไรทั้งสิ้น แต่เราจะเจาะลึกไปถึงความดีงามในสถานที่Top3 แต่ละหมวดหมู่ (คณะกรรมการ=เราเอง🤣) ส่วนที่เที่ยวจิปาถะ อิรุ่นฉุยแฉะ บังเอิญเจอ+unplan ก้อจะประมวลมาเป็นภาพแทนละกันค่ะ
ต่อไปนี้จิเป็นการประกาศรางวัลความประทับใจมากที่สุด 3อันดับของวัดในพุกาม (พิจารณาจาก ความสวยงาม ความยิ่งใหญ่ ความอินของเรา)
อันดับที่ 3 วิหารธรรมยางจี / Dhammayangyi Temple
เจดีย์นี้ไถ่บาปที่สังหารพ่อและพี่ชาย แต่สร้างไม่เสร็จ ไม่มีการฉาบปูน และภาพวาดฝาผนัง
อันดับที่ 2 : มหาเจดีย์ชเวสิกอง / Shwezigon Pagoda
บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระเขี้ยวแก้ว ถามรูปยอดสะท้อนน้ำ มุมยอดฮิต
อันดับที่ 1 วัดอนันดา / Ananda Temple
โครงสร้างสีขาว โดดเด่น เวลายืนไกลๆ จะเห็นองค์พระยิ้ม แต่ว่าพอเดินเข้าใกล้ๆ จะกลายเป็นหน้าบึ้งแทน
สถานที่ดู Sunset แสน Romantic ข้างแม่น้ำอิรวดี
ค่อยๆรอดวงอาทิตย์เคลื่อนลงช้าๆ เรือตกปลาก้อเคลื่อนไหวเหมือนหยุดนิ่ง ท้องฟ้าเริ่มหรี่แสงที่ส่องทาบทาบนพื้นดิน แม้ทุกอย่างเหมือนจะหยุดนิ่งแต่เคลื่อนไปตามจังหวะหัวใจเรา...ละมุนฟินเฟร่อ
แต่ด้อสู้แสงไม่ไหว คนพุกามเค้ารักกันดีจัง วันธรรมดาก้อจูงมือกันมาดู Sunset Romanticได้ใกล้ๆบ้านเด้อ หมดไปอีกวันไปทานมื้อค่ำแล้วเข้าที่พักกัน ได้นอนชดเชยที่นั่งรถมาทั้งคืน Plan ว่าช่วงเช้าจะไปเก็บภาพบอลลูนตรงที่เค้าปล่อยกันเบย
Day4
ตื่นเช้ามาก้อปวดท้องมากมายจนตื่นมะไหว program เลยเปลี่ยนไปเปนนอนพัก แล้วมารับตอน 9 โมงเลยจร้า เดิมทีก้ออยากจะขึ้นบอลลูนวันนี้แต่บอลลูนมีไม่กี่เจ้า ไม่ค่อยแน่นเลยไว้ไปจัดเต็มที่ทริปตุรกีรทีเดียวเลยค่ะ
เนื่องจากเราทำเวลากันดีมากๆ ที่เที่ยวที่ list ไว้หมดก่อน วันนี้ให้น้องคน free style อยากพาไปไฟนเกร๋ๆก้อจัดไปเลย เราได้ไปแวะวัดนอกกระแส ที่เปนซากอิฐ ปีนขึ้น Rooftopได้
เยี่ยมชุมชนหมู่บ้านพุกามดูวิถีชีวิต อุปกรณ์ตำข้าว วัวที่เลี้ยงไว้ clinic เล็กๆ การละเล่นพื้นบ้านของเด็กในหมู่บ้าน และอุดหนุนของฝากเปนผ้าพันคอถักมือ
ช่วงบ่าย เราก้อไป museum กว้างขวางใหญ่มาก เด็กพม่ามาทัศนศึกษา มีค่าเข้าคนละ ks เดินเพลินๆมีปูนปั้นจำลองผังเมือง วัดต่างๆ ศิลปะแต่ละสมัยเรียงลำดับ แต่ณ.จุดนั้นเราก้อเหนื่อยและถึงจุดอิ่มตัวของการเที่ยววัดแล้ว เลยถือว่าเดินเล่นๆ ข้างในเค้าห้ามถ่ายรูป
แต่เวลาก้อยังไม่หมด น้องคนขับจึงจะพาไปหอคอยที่เค้าปล่อยบอลลูนและสามารถขึ้นไปชมวิว พาโนรามาได้ แต่ค่าเข้าสูงพอตัว ยกเว้นขึ้นบอลลูนช่วงเช้าก้อขึ้นได้ฟรี เราไม่ทั่นใจว่าอาหารจะถูกปากมั้ยเทียบกับราคาคนละ 500 บาท ตอนนั้นเพิ่งจะบ่าย 2 อีกนานกว่าจะ Sunset เราก้อไม่ Serious เรื่องถ่ายทะเลเจดีย์แล้ว อยากจิบกาแฟอร่อย ทานอาหารในห้องแอร ยืดแข้งยืดขา รอไปอาบน้ำขึ้นรถรอบดึกไปอินเล จึงให้น้องคนขับพาไปร้านคาเฟ่ในเมืองเล็กๆ เหมือนความดีที่ทำมาพระเจ้าก้อเริ่มเห็น ร้านที่เราสุ่มมา Mont Bagan Bakery รสชาติดีเวอร์ ราคาก้อน่ารัก คน local ก้อมาทานตลอดๆ เมนูตำข้าวโพดก้อมา OMG ปลื้มปริ่มมาก เราก้อเลยปักหลังนั่งพักตั้งแต่ 15.00-18.00 กันเลยทีเดียว
ทานขนมน้ำจนหายเหนื่อยและไปเข้าที่พักอาบน้ำ ขณะเดินทางไปบขส น้องคนขับก้อเหนยังพอมีเวลาจะแวะให้เราเที่ยววัด ยามราตรี แต่ที่นี่ดึกแค่ไหน คนพุกามก้อยังใช้ชีวิตอยู่ติดวัด ปูเสื่อทานอาหาร พาลูกหลานวิ่งเล่นเหมือนเปนห้าง เราได้ชมวัดอีก 2-3 ที่ ได้บรรยากาศสวยงามอีกแบบ
เมื่อลองมองแบบ Slow motion ชีวิตง่ายๆในชุมชนที่นี่ก้อมีเสน่ห์น่าหลงใหล มีความเรียบง่าย ผู้คนสุภาพ รถไม่ติด ลูกรังนิดๆ ฝุ่นหน่อยๆ อากาศเย็นสบาย...ถึงเวลาต้องบ้ายบายแล้วจ้านะพี่จ๋า
เมืองพุกาม ขอให้ยังคงเสน่ห์แบบนี้ไปแสนนานจนถึงรุ่นลูกหลานของพวกเราเลย.. กำลังเคลิ้มๆ ก้อทะลุมิติมาถึงบขส เราก้อไปนั่งรอสักพัก เค้าก้อมาเรียบให้ขึ้นรถ พร้อมนอนละค่ะ
!! ตื่นอีกทีก้อเจอกันที่ Inle นะจ๊ะ (ไปถึง รอบรถ ถึงinle ไม่มีแวะพัก ไม่มีเก็บค่าเข้าเมือง)
Day5
ตื่นมารอบแรกประมาณตี 1 เพราะมีคนลงรถในเขตเมือง เป็นฝรั่งหลายคนเหมือนมา Treking อีก Stop นึงมีคนมาเก็บค่าเข้า 12,000 จั๊ตต่อคนบนรถ อีกทีคือตี 3 เราถึงเมืองอินเลแล้ว ความหนาวทะลุกระดูกก้อมาเยือนด้วยความไม่พร้อมของชุดเพราะคิดว่าเดินใกล้ๆ ตอนนั้น 9 องศา เราเดินหารร.กันปากสั่น ระยะทางประมาณ 1 กิโล มีคนเสนอรถไปส่งรร, อีก 2-3 คนเดินตามมาพยายามให้เบอร์เรือพาเที่ยว เรารับนามบัตรไว้ และรีบเดินไปที่พัก พอถึงรร. เอา Booking ให้ดู ปากดว่าเราจองไปผิดเดือนแต่เดชะบุญยังมีห้องเลยจ่ายไปประมาณ 700 บาท ได้เข้าห้อง Upgrade กว้างติดระเบียงและมีอ่างอาบน้ำ ณจุดนั้น เราก้อเพลียกันมาก เลยว่านอนก่อนแล้วค่อยไปหาเรือนำเที่ยวพรุ่งนี้อีกที
สวัสดียามเช้า 9 โมงแล้ว 12 องศา เย็นสบาย เราออกมาชื่นชมบรรยากาศที่พักติดริมน้ำ เรือหางยาว อาหารเช้าอร่อยถูกปากเหมือนเคย เริ่มติดใจอาหารพม่าหลายอย่าง
พอทานเสร็จก้อลงไปหาเรือพาเที่ยว scope คือ กลับมาทัน Dinner/ Bath/ Bus กลับ Mandalay รอบ 19.00
ราคาเริ่มต้นคือ 20 us/ลำ ครึ่งหรือเต็มวันราคาเดียวเพราะคิดตามระยะทางและน้ำมันที่ใช้ เที่ยว4จุด+รอ Sunset อันไหนอยาก skip ก้อได้ราคาเดิม เราเพิ่ม tomato gardening กับ M village ด้วยเพราะในรูปสะพานสวยดี ตัด เค้าบอกเพิ่มคนละ 10 us เพราะไกลแต่ยังทันเวลา เราก้อ ok ถ้าเสร็จเร็วมากก้อกลับมาแล้ว เค้าจะส่งไปดู Sunset อีกรอบไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เราก้อตกลงไปเตรียม checkout นัดเค้า 11.00น. ขอกลับมาอาบน้ำที่พักก่อนขึ้น bus ทางรร.มีห้องน้ำนอกอาคารไว้อยู่แล้วพร้อมผ้าเช็ดตัว 11.00 เรามารอป้าจะเก็บเงินก่อนแล้วให้เราไปต่อกับคนขับเรือ ป้าน่าจะเปนนายหน้าของรร.แถวนี้แต่ถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับที่เพื่อนคนขับพยายามขายเราเมื่อวาน เรือที่นี่openมาก ถ้ามีหลังคาหน้าต่างคงจะดีต่อผิว แต่โชคดีเรามาหน้าหนาวแต่แดดแรงๆไม่ปราณีใครบ่ายๆ เราก้อ Burn น้อยๆเหมือนกัน หมวกแว่นตา Sunblock ต้องพร้อมนะทุกคนน ขณะที่ค่อยๆห่าง mainland ออกไป
เราก็เห็นวิถีชีวิตชาวอินคา พาน้องควายมาอาบน้ำบ้าง เด็กวิ่งเล่นในรร.บ้าง แต่ละบ้านที่เราคุ้นเคยว่าพาหนะเปนรถก้อกลายเปนเรือหางยาว ปั้มน้ำมันก้อกลายเป็นร้านขายน้ำมันขวด ขับไปแวะเติมน้ำมันไป คึกคักซะแล้วสิ ลมหนาวๆปะทะหน้า ภาพธรรมชาติเบื้องหน้าค่อยๆทลายตัวตนของเราไปทีละชั้นๆ นกเป็ดน้ำกำลังบินล้อเล่นกลางลำน้ำ บ้างก้อโฉบหาอาหาร บ้างก้อกำลังบินเล่นโชว์ผู้คนที่มาเยี่ยมเยือน ไกลออกไปอีกก้อเริ่มมีชาวอินคามาหาปลากัน เท้าเพียงหนึ่งข้าง ควรคุมเรือได้ทั้งหมด หนึ่งคนหนึ่งลำหนึ่งขาทรงตัว อีกหนึ่งขาหนีบพายสองแขนเหวี่ยงแหและใช้กำลังทั้งหมดดึงเจ้าปลาขึ้นมา โยคะก้อไม่น่าจะทำได้มั่นคงบนเรือหางยาวโคลงเคลงแบบนี้ กลางน้ำแบบนี้ มองไปที่ของชายฟ้า ก้อยังมีภูเขาเขียวชะอุ่ม และดำทมึน ทอดขนานเปนตัวกลางของท้องฟ้ากับทะเลสาบแห่งนี้ น้ำใสจนเห็นปลาแหวกว่ายและสาหร่ายใต้น้ำ หลังจากผ่านresortมากมาย เราก้อไปถึงจุดแวะแรก
1. บ้านขายเครื่องเงิน*
2. กะเหรี่ยงทอผ้า* สามารถถ่ายรูปได้และทิปตามสมควร
พักทานอาหารกลางวัน
3. วัดผ่องด่ออู “พระบัวเข็ม”
4. บ้านทอผ้าไหม ใยบัว* เค้าclaimว่า อุ่นในหน้าหนาว เย็นในหน้าร้อน
5. การปลูกมะเขือเทศบนสวนลอยน้ำ (Tomato Gardening) ขึ้นชื่อมาก
6. Mine thauk Wooden Bridge หรือ Mini u bein bridge เป็นสถานที่ Prewedding ของชาวพม่าสามารถ Treking ไปดูวิวทะดลสาบอินเลบนยอดเขาได้
7. Sunset
ระหว่างทาง หวังว่าความเจริญเหล่านี้จะสร้างงานให้คนในชุมชนจนและอนุรักษ์ความเปนชาวอินคาดั้งเดิมให้อยู่คู่กับชุมชนต่อไป